การตัดสินใจเลือกกล้าพันธุ์

ปาล์มน้ำมันพันธุ์ไหนดี พันธุ์ไหนเหมาะสมกับพื้นที่ภาคอีสาน

 

การปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นที่ภาคอีสาน ไม่ได้ปลูกได้ทุกพื้นที่ และก็ไม่ใช่เรื่องง่ายในการดูแลบำรุงรักษา นั่นเพราะปาล์มน้ำมัน ไม่ใช่เป็นเป็นพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่ด้วยหลายปัจจัยเช่น

แหล่งกำเนิดของปาล์มน้ำมันไม่ได้เหมาะสมกับสภาวะสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับภาคอีสาน เช่น เรามีหน้าแล้งที่ยาวนาน เรามีหน้าหนาว ก็หนาวจัด ร้อนก็ร้อนจัด การกระจายของปริมาณน้ำฝนธรรมชาติค่อนข้างต่ำ แม้ว่าพื้นที่ จ.หนองคาย บึงกาฬ สกลนครบางส่วน จะมีปริมาณฝนตกต่อปีสูงที่สุดในภาคอีสานก็ตาม

การเลือกพันธุ์ปาล์มน้ำมันให้เหมาะสมกับพื้นที่ บางพันธุ์อาจได้ผลดีมากที่ภาคใต้ แต่ไม่ใช่ที่นี่ บางพันธุ์อาจไม่ได้ผลผลิตที่ดีในภาคใต้ แต่สำหรับภาคอีสานอาจได้ดี เป็นต้น

บ้านปาล์มนครินทร์ ทำแปลงเพาะพันธุ์มากว่า 5 ปี ในภาคอีสาน จำหน่ายกล้าพันธุ์หลากหลายสายพันธุ์ แต่กลับพบว่า เทเนอร่า ค่อนข้างที่จะได้ผลดีในภาคอีสาน ด้วยผลผลิตที่มากกว่า 2.5 ตันต่อไร่ต่อปี กรณีชาวสวนให้น้ำด้วยธรรมชาติ ซึ่งถือได้ว่าค่อนข้างที่มากกว่า และเกษตกรอาจได้ผลผลิตถึง 6 ตันต่อไร่ต่อปี กรณีที่ให้น้ำได้ตลอดปี และใส่ปุ๋ยอย่างถูกต้อง

 

ปาล์มน้ำมันพันธุ์ "อูติเทเนอร่า"

 ทางใบขนาดปานกลางโค้งเล็กน้อย ทำให้ทางใบที่อยู่ด้านล่างไม่ทับซ้อนกัน ได้รับแสงแดดทั่วถึงทุกใบ โคนทางใบชิดติดกันทำให้ต้นสูงขึ้นช้า สีของทางใบเขียวอมเหลือง ทะลายมีน้ำหนักประมาณ  15-20 กิโลกรัม ผลยาว เมล็ดเล็ก กะลาบาง ลักษณะดังกล่าวมาทั้งหมดมีความสม่ำเสมอของลักษณะประจำพันธุ์สูงมาก สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 22 – 25 ปี ระยะห่างระหว่างต้นในการปลูกที่เหมาะสมสำหรับปาล์มน้ำมันอูติ  เทนเนอร่า D x P คือ อย่างน้อย 9 เมตร

 

  • แม่พันธุ์ปาล์มน้ำมันอูติ

    อูติพันธุ์พืชได้นำแม่พันธุ์ปาล์มน้ำมัน Ulu Remis Deli Dura (URD) รุ่นที่ 3 เข้ามาปลูก ในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 แบ่งเป็น 7 สายคู่ผสม จำนวน 2,000 ต้น หลังจาก ทำการคัดเลือกต้นที่ดีที่สุดไว้ โดยพิจารณาจากลักษณะของต้น และสถิติการให้ผลผลิต ปัจจุบันคงเหลือต้นแม่พันธุ์อูติ Deli Dura ประมาณ 603 ต้น ที่ใช้ในการผสมเกสรเพื่อผลิตลูกผสมเทเนอร่า D x P

    ปาล์มน้ำมันอูติ Deli Dura ได้มาจากการคัดเลือกแม่พันธุ์ปาล์มน้ำมัน Ulu Remis Deli Dura (URD) รุ่นที่ 3 ซึ่งแม่พันธุ์ดังกล่าวมีต้นกำเนิดจากพันธุ์ปาล์มน้ำมัน 2 สายพันธุ์ที่สืบทอดมาจากต้นปาล์มน้ำมัน 4 ต้นจากเมือง Bogor (ปี ค.ศ. 1848) ในประเทศอินโดนีเซีย ปาล์มน้ำมันสายพันธุ์แรกนั้นได้ถูกนำมาปลูกที่ Sumatra Oil Palm Estates ในปีค.ศ. 1911 ปาล์มน้ำมันสายพันธุ์ที่สอง ได้ถูกนำมาปลูกที่ Experimental Plantation ที่เมือง Serdang ในปีค.ศ. 1922 เมล็ดพันธุ์ที่ได้จากการผสมแบบเปิดจากแหล่งทั้งสองนี้ ถูกนำมาปลูกที่ Ulu Remis ในปี ค.ศ. 1924 – 1929 และจากการคัดเลือกโดยดูจากลักษณะภายนอกที่ปรากฏให้เห็น ได้ทำการเลือกต้นปาล์มน้ำมันที่มีลักษณะดีได้ 175 ต้น ซึ่งต่อมาได้ใช้เป็นรากฐานในการพัฒนาสายพันธ์ UDR รุ่นที่ 1 จนถึง รุ่นที่ 4 ในปัจจุบัน การคัดเลือกต้นแม่พันธุ์ในแต่ละรุ่นนั้นเราใช้วิธีการคัดเลือกแบบ “เลือกต้นที่ดีที่สุดจากสายคู่ผสมที่ดีที่สุด เพื่อให้ได้ต้นแม่พันธุ์ที่มีสายเลือดชิด และใช้เป็นต้นพันธุ์ในการผลิตเมล็ดพันธุ์ดีต่อไปวิธีคัดเลือกแบบนี้เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปเนื่องจากวิธีดังกล่าวจะได้ต้นแม่พันธุ์ที่ให้ลูกผสมที่มีลักษณะดี ใกล้เคียงกัน เช่นผลผลิตต่อปี องค์ประกอบของน้ำมัน ลักษณะของผลและทะลาย เป็นต้น

    ปาล์มน้ำมันอูติ Deli Dura เป็นพันธุ์เดียวกันกับพันธุ์ที่ใช้เป็นแม่พันธุ์ในการผลิตเมล็ดพันธุ์ D x P ทั่วโลก ต้นพันธุ์ที่เราใช้จะเป็นต้นที่คัดเลือกแล้วว่าสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพดินฟ้าอากาศของประเทศไทย ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีลักษณะเด่นได้แก่ให้ผลดก มีส่วนเปลือกหนา มีปริมาณน้ำมันมาก และกะลาบาง ซึ่งลักษณะเด่นดังกล่าวนี้สามารถที่จะถ่ายทอดไปยังลูกหลานของมันได้

  • โครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ปาล์มคุณภาพดี ของอูติพันธุ์พืช โดยความร่วมมือกับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านปาล์มน้ำมันจากประเทศมาเลเซีย ได้ทำตามวิธีการผสมพันธุ์ปกติที่ทำกันโดยทั่วไปในประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย นั้นคือคัดเลือกต้นพันธุ์สายแม่จากต้นพันธุ์ Deli Dura และสายพ่อจากต้นพันธุ์ Pisifera ซึ่งเมื่อผสมกัน จะได้ลูกผสมเป็น D x P หรือ เทเนอร่า

    เมล็ดพันธุ์ปาล์มน้ำมันอูติ D x P ถูกผลิตขึ้นโดยวิธีการคัดเลือกต้นพันธุ์สายแม่ Deli Dura และต้นพันธุ์สายพ่อ Pisifera อย่างพิถีพิถัน เพื่อให้มั่นใจว่า จะได้ลูกผสม D x P หรือ เทเนอร่า ที่ดี ให้ผลผลิตน้ำมันสูง ต้นพันธุ์สายพ่อและแม่ดังกล่าวถูกนำมาปลูกและทำการคัดเลือกในประเทศไทย เพื่อให้แน่ใจว่าลูกผสมที่ออกมา มีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพดินฟ้าอากาศของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี โดยมีการทดสอบและพิสูจน์คุณสมบัติดังกล่าวแล้วในพื้นที่ปลูกทางภาคใต้ของประเทศไทย ที่อำเภอปลายพระยา อำเภอลำทับ จังหวัดกระบี่, อำเภอท่าแซะ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร, อำเภอดอนสัก อำเภอพนมจังหวัดสุราษฎร์ธานี,  กิ่งอำเภอมะนัง อำเภอควนกาหลง อำเภอละงู จังหวัดสตูล เป็นต้น

    เมล็ดพันธุ์ปาล์มน้ำมันอูติ D x P ถูกผลิตขึ้นภายใต้การควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดตั้งแต่การผสมเกสร การผลิตเมล็ด และการเพาะเมล็ด นอกจากนี้แปลงเพาะต้นกล้าปาล์มน้ำมันในเครืออูติพันธุ์พืชได้รับการอบรมพนักงานให้สามารถคัดเลือก ต้นกล้าปาล์มน้ำมันที่ดีได้อย่างถูกต้อง และไม่เสียดายที่จะคัดต้นกล้าด้อยคุณภาพทิ้ง ด้วยวิธีดังกล่าว ทำให้เรามั่นใจได้ว่า เราได้ผลิตเมล็ดพันธุ์ และต้นกล้าปาล์มน้ำมันที่แข็งแรง มีคุณภาพ ให้แก่เกษตรกรเพื่อเพาะปลูกเป็นการค้าต่อไป

     

     

      

     

    Visitors: 21,547